ไม่มีเหตุผลที่ ฆิเมเนซ จะต้องย้ายออกจากหมาป่าลงหลุมผีแดง

ราอูล ฆิเมเนซ ดาวยิงชาวเม็กซิโก กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลในประเทศอังกฤษ เมื่อทำผลงานในฤดูกาล 2019-20 ออกมาได้อย่างโดดเด่น จนได้รับความสนใจจากทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ยูเวนตุส แต่ สตีฟ บูลล์ ตำนานของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส มองไม่เห็นเหตุผลที่นักเตะจะต้องย้ายออกจากทีมเลย

ดาวเตะวัย 29 ปี ทำผลงานออกมาได้ดีที่สุดในเส้นทางอาชีพที่ผ่านมา เมื่อทำไปได้ 26 ประตู จากการลงสนามในฤดูกาล 2019-20 แม้จะพลาดช่วยให้วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า หลังหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 7 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก เมื่อลงเล่นเกมสุดท้าย และบุกไปแพ้เชลซี 2-0

แต่อย่างไรก็ตาม วูล์ฟแฮมป์ตันยังมีความหวังในการไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า หากคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ โดยทีมมีคิวจะได้เจอกับโอลิมเปียกอส ในกลางสัปดาห์นี้ กับรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ฆิเมเนซ สร้างแรงดึงดูดเข้ามาหาตัวเองด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ทั้งการเล่นเกมรุก และรับ รวมถึงเกมสวนกลับสำหรับจังหวะการทำประตู ในขณะที่ลูกโหม่งยังเป็นอีกทีเด็ดหนึ่งที่ทำได้อย่างโดดเด่น โดยเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า ยังเป็นอีกสองทีมจากสเปนที่จับตาดูสถานการณ์ของนักเตะอยู่ห่างๆ แต่บูลล์ก็เชื่อว่า โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม เป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับตัวฆิเมเนซแล้ว เมื่อทีมยังมีความหวังในการประสบความสำเร็จ

บูลล์ กล่าวกับดิ เอ็กซ์เพรสส์ว่า “กองหน้าชาวเม็กซิโกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยูเวนตุส มันต้องเป็นข้อเสนอที่พิเศษมากๆ ที่จะทำให้เขาย้ายไปได้ แต่ทำไมเขาจะต้องย้ายไป เมื่อฆิเมเนซมีทุกอย่างที่โมลินิวซ์ มันเป็นการสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมและเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปไหนเลย”

“แน่นอน เขาต้องการคว้าแชมป์ แต่เขาสามารถทำที่วูล์ฟได้ ไม่ช้าก็เร็ว ด้วยอายุของเขา เขาอาจจะมองว่ามันเป็นโอกาสที่ตัวเขาจะได้เงินมหาศาลสำหรับการย้ายทีม แต่ผมคิดว่าพวกเราสามารถสร้างความทะเยอทะยานให้กับเขาได้ เรื่องเงินก็เช่นเดียวกัน มันไม่ได้เป็นปัญหาเลย เขามีส่วนร่วมกับการทำได้ 34 ประตู ให้กับวูล์ฟ ผมพูดได้เลยว่าสโมสรมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่มากๆ และมันก็ไม่ใช่แค่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มันรวมถึงฟุตบอลยุโรปด้วยเช่นเดียวกัน พวกเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้มานาน และฆิเมเนซเป็นจุดเริ่มต้นบางอย่างให้กับพวกเรา ทำไมเขาจะไม่ต้องการจบมันที่นี่ล่ะ ผมคิดว่าวูล์ฟมีไฟที่จะเก็บเขาเอาไว้กับทีม พวกเขาสามารถให้นักเตะหยุดที่ทีมได้”

พูลิซิช เหมือน อาซาร์ ต้องทำฟาวล์เท่านั้น ถึงจะหยุดได้

คริสเตียน พูลิซิช เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่นให้กับ เชลซี หลังพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาแข่งขันอีกครั้ง หลังจากไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในช่วงเดือนมีนาคม และทำให้เกมการแข่งขันถูกเลื่อน โดยดาวเตะชาวสหรัฐอเมริกาถูกส่งลงสนามไปแล้ว 4 เกม จากการแข่งขันทั้งหมด 5 เกมที่ผ่านมา และด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักเตะ ทำให้มีโอกาสที่นักเตะจะเข้ามาทดแทนตำแหน่งของ เอแด็น อาซาร์ ทิ้งเอาไว้ หลังย้ายไปยัง เรอัล มาดริด เมื่อซัมเมอร์ล่าสุดด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์

เกมที่เชลซีเปิดบ้านถล่มวัตฟอร์ดได้ 3-0 เป็นหนึ่งในเกมที่พูลิซิชทำผลงานได้อย่างโดดเด่น หลังจากหลายเกมที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 21 ปี แสดงให้เห็นถึงการทำประตู, แอสซิสต์ และทักษะในการเลี้ยงบอล รวมถึงการเป็นนักเตะที่ถูกทำฟาวล์หลายครั้งด้วย

จากการเล่นของพูลิซิชที่ทำได้ดี ทำให้วิลเลี่ยนกลายเป็นนักเตะที่ได้ประโยชน์เมื่อทำประตูจากจุดโทษที่อดีตดาวเตะของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เรียกให้กับทีม รวมถึงประตูจากฟรีคิกในเกมที่พบกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

พูลิซิชเป็นนักเตะของเชลซีที่ถูกทำฟาวล์มากที่สุด นับตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หลังมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 51 นาทีต่อการถูกทำฟาวล์ 1 ครั้ง หลังก่อนรหน้านี้มีสถิติอยู่ที่ 72 นาทีต่อการถูกทำฟาวล์ 1 ครั้ง และยิ่งนักเตะได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องยิ่งจะทำให้นักเตะมีค่ามั่นใจในการเล่นมากกว่าเดิมแน่ แม้ว่าทั้งคู่จะมีสไตล์การเลี้ยงบอลที่แตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่ต่างกันอยู่ดี

อาซาร์เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานออกมาได้ดีมากๆ กับจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับคู่แข่ง แต่พูลิซิชไม่ได้ต้องการนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับอดีตสตาร์ของทีม

พูลิซิช กล่าวว่า “เอแด็นเป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อของเชลซี และเขาก็เป็นระดับโลก ผมไม่พยายามที่จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขา ผมแค่พยายามเป็นตัวของผมเอง”

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กล่าวถึงพูลิซิชว่า “ผมไม่ได้คาดหวังจากเขา เมื่อช่วงต้นฤดูกาล เขาต้องหยุดพักเพื่อทำให้ตัวเขาคุ้นเคยกับลีก มันเป็นเรื่องจริงที่นักเตะที่ยอดเยี่ยมหลายคน เมื่อย้ายมายังลีกนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับช่วงต้น เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และเขาก็ทำได้ดีมากๆ เขายังมีสภาพร่างกายที่ดีและก็กระหาย ทุกคนได้เห็นศักยภาพของเขาแล้ว เขาทำงานอย่างหนักเพื่อทีม และผมก็มีความสุขกับเขามากๆ เมื่อมองไปยังอายุของเขาแล้ว ผมยินดีมากๆ ที่เขาอยู่กับพวกเรา และเขาก็จะกลายเป็นนักเตะที่ดีกว่าเดิม”

เหตุผลที่ เจมส์ ได้ย้ายมาหลุมผี และไม่ใช่ยูงทองก่อนหน้านั้น

ฮิว เจนกิ้นส์ อดีตประธานสโมสร สวอนซี ซิตี้ กล่าวว่า ตัวเขาพยายามที่จะต่อต้านในการเจรจาเพื่อขายนักเตะออกจากทีม เพื่อที่จะทำให้ทีมได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยยกตัวอย่างเกี่ยวกับการย้ายทีมของ ดาเนียล เจมส์ ไปยัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว หลังปฏิเสธโอกาสในการปล่อยนักเตะไปยัง ลีดส์ ยูไนเต็ด ในเดือนมกราคม ปี 2019

ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปีที่แล้ว เจมส์ เป็นข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักในการย้ายไปยังเอลแลนด์ โร้ด โดยนักเตะก็ยังตกลงสัญญากับลีดส์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเหลือเพียงข้อตกลงระหว่างสองสโมสรเท่านั้น แต่สุดท้ายสวอนซีก็ปฏิเสธที่จะปล่อยดาวเตะชาวเวลส์ออกจากทีมในนาทีสุดท้าย หลังไม่ต้องการปล่อยนักเตะออกไปให้กับทีมคู่แข่งในแชมเปี้ยนชิพ

การปฏิเสธโอกาสในการย้ายทีมดังกล่าวเหมือนเป็นการเดิมพันในตัวนักเตะ หลังไม่สามารถรับประกันได้ว่า ทีมจะได้รับข้อเสนอที่สูงกว่าเดิมสำหรับการย้ายทีมของเจมส์หรือไม่

แต่อีกไม่กี่เดือนต่อมา เจมส์ก็ได้ย้ายไปยังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และกลายเป็นหนึ่งในตัวหลักให้กับทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดยเจนกิ้นส์ เปิดเผยว่า เป็นเพราะความเชื่อมั่นในตัวนักเตะ ทำให้สโมสรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับเจมส์ด้วยเช่นเดียวกัน

เจนกิ้นส์ กล่าวว่า “เมื่อตอนที่ผมได้รับคำเชิญให้มาทำหน้าที่ของสโมสรในตอนแรก ผมมีอิสระมากมายในการดำเนินการ พวกเรามีระบบที่ดี พวกเขาเชื่อมั่นในตัวผม และพวกเราก็ได้รับการสนับสนุนที่ดี หลายคนอย่าง มาร์ติน มอร์แกน, เลทห์ ดินีน ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม กับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ผมมีส่วนร่วมกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ ผมจำได้เลย ในกรณีของแดน เจมส์ ผมพยายามที่จะมีส่วนในการตัดสินใจเรื่องนั้น”

“ผมได้รับแจ้งว่า แดนจะได้ย้ายไปยังลีดส์ มันไม่เป็นเหตุผลเลยสำหรับผม ไม่ใช่สวอนซีมีปัญหาการเงิน แต่เพราะพวกเราจะไม่ได้อะไรเลยต่างหาก เท่าที่รู้ ข้อตกลงมันดำเนินการไปเยอะแล้ว และมันก็จะเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราสามารถได้จากเขามากกว่านั้น สำหรับผมแล้ว การย้ายไปลีดส์ของแดนมันเป็นความเสี่ยง ผมไม่มั่นใจว่าลีดส์จะจ่ายค่ายืมตัวนักเตะไปจนถึงซัมเมอร์ได้”

“ผมได้พูดคุยกับเกรแฮม พ็อตเตอร์เกี่ยวกับเรื่องนั้น เขาเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ถูกดันขึ้นมา และเขาก็แข่งขันกับทีมได้ แดนเป็นส่วนสำคัญ เกรแฮมต้องการให้เขาอยู่กับทีมไปจนจบฤดูกาล กับการเล่นให้กับสวอนซี การลงเล่นอย่างสม่ำเสมอมันจะทำให้มีอนาคตที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องเงินของสโมสร แต่สำหรับตัวแดนด้วย แน่นอน และเขาก็ทำได้ดีจริงๆ กับแมนฯ ยูไนเต็ด และทีมชาติเวลส์”

ดีทั้งใน และนอกสนาม! มูลนิธิ และการช่วยเหลือสังคมของ เมสซี่

ลีโอเนล เมสซี่ ดาวยิงนอกโลกของบาร์เซโลน่า ลงเล่นในฟุตบอลลาลีกา สเปน มา 15 ปี กับสิ่งที่น่าจดจำ คือ ลีลาฝีเท้า และผลงานที่สร้างออกมาในสนามฟุตบอล และการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ ไป 6 สมัย ซึ่งเป็นนักเตะรายเดียวในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอลที่ทำได้ มันก็คงไม่เกินกับความเป็นจริงเท่าไหร่นัก กับการเลือกให้ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่า เป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในวงการนี้ และปัจจุบันยังเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลกด้วย

ปัจจุบันเมสซี่ รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โดยรายได้ของนักเตะที่ได้รับในปี 2019 สูงถึง 309 ล้านปอนด์ด้วยกัน ในขณะที่เมสซี่ ยังมีมูลนิธิ และการบริจาคเงินมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้ในช่วงที่ผ่านมา

ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในทั่วโลกปัจจุบัน เมสซี่ บริจาคเงินไป 1 ล้านยูโรให้กับโรงพยาบาลในคาตาลัน และศูนย์สุขภาพหลายแห่งในประเทศอาร์เจนติน่า

“เลโอ เมสซี่ บริจาคเงินให้กับคลินิก เพื่อต่อสู้กับไวรัส ขอบคุณมากๆ เลโอ สำหรับการสนับสนุนจากคุณ” คลินิก ทวิต

นอกจากนี้ รายงานข่าวยังเปิดเผยว่า เมสซี่ เป็นผู้นำของทีมในการตัดเงินค่าเหนื่อยของนักเตะในทีมถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของสโมสรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส รวมถึงการสนับสนุนมูลนิธิเลโอ เมสซี่ ที่ช่วยเหลือผู้คนไปทั่วโลก

องค์กรการกุศลของเมสซี่ เป็นการส่งเสริมความสำคัญในการพัฒนาของชีวิตเด็กๆ และด้านสุขภาพทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศอาร์เจนติน่า และในประเทศสเปน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ในปี 2019 เมสซี่ เคยบริจาคเงิน 200,000 ยูโร ให้กับองค์กรยูนิเซฟ ในเคนย่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนกว่า 2,000 คน ทางด้านน้ำ และอาหาร

เมสซี่ และยูนิเซฟ ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2010 เมื่อตอนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟร่วมกับเดวิด เบ็คแฮม และชากีร่า โดยเมสซี่ ยังเคยเดินทางไปยังภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบทางธรรมชาติอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา จนได้รับผลกระทบทั้งเรื่องโรค และทางด้านสังคม

เมสซี่ ยังเคยช่วยหาเงินเพื่อสมทบทุนในการสร้างยิมให้กับสโมสรเก่าของเขาอย่าง นีเวลล์ โอลด์ บอย รวมถึงการช่วยเหลือทีมอะคาเดมี่ของโรซาริโอ ซึ่งเป็นสโมสรในระดับท้องถิ่นของประเทศอาร์เจนติน่า ในช่วงปี 2012 ถึง 2014

มูลนิธิเลโอ เมสซี่ ยังทำงานร่วมกับองค์กรในแคว้นคาตาลุนญ่า เพื่อช่วยเหลือโคงการสุนัขจรจัด และการจัดแข่งกีฬาสำหรับเด็กพิการ โดยในปี 2019 ยังเป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุง และพัฒนาการวิจัยในเรื่องของมะเร็งเม็ดเลือกขาว

มาร์โก ฟาน บาสเทน ฉายา เพชฌฆาตพรายกระซิบ

ในช่วงเวลาที่ “เพชฌฆาตพรายกระซิบ” ฟาน บาสเทน เลื่อนชั้นจากทีมเยาวชนขึ้นมาเล่นให้กับ อาแจ็กซ์ เขาได้รับการจับตามองอย่างมากในฐานะ ”กองกลางตัวรุก” ก่อนที่เขาจะได้รับการสนับสนุนให้เล่นเป็นกองหน้าตัวกลางในระบบ 4-3-3 และที่สำคัญก็คือ เขาใส่เสื้อหมายเลข 9 อีกด้วย เสื้อหมายเลข 9 พร้อมตำแหน่งกองหน้าตัวกลางของทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มันคือทั้งเบอร์และตำแหน่งในตำนานของ โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานลูกหนังชาวดัตช์ที่ได้กลายมาเป็นกุนซือของทีมแล้ว และเขายังผลักดันให้ ฟาน บาสเทน ลงสนามในฐานะนักเตะของทีมอาแจ็กซ์ชุดใหญ่ด้วย

ฟาน บาสเทน ที่ได้ใส่เสื้อเบอร์เดียวกันกับ ครัฟฟ์ เล่นหน้าตัวกลางเหมือนกัน ทำให้เขาโดนนำตัวไปเปรียบเทียบกับ ครัฟฟ์ อย่างช่วยไม่ได้ แต่มันก็มีหลายสิ่งที่ทำให้ตัวของ ฟาน บาสเทน แตกต่างจาก ครัฟฟ์ แม้ว่าตัวของ ฟาน บาสเทน จะมองว่าตัวของครัฟฟ์ เป็นทั้งไอด้อล และ ครูของเขาก็ตาม จนถึงขั้นที่เขาโดนเรียกว่าเป็น “นิว โยฮัน ครัฟฟ์” แต่แนวทางการเล่นก็ค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร

ครัฟฟ์ คือผู้เล่นเกมรุกที่สมบูรณ์แบบ เป็นศูนย์กลางของทีมที่สามารถออกริมเส้น ถอยลงต่ำมาทำเกมรุกด้วยตัวเอง เป็นตัวประกบด้วยตัวเอง ผ่านบอล โยนบอล เลี้ยงบอล ทำเกมรุก ยิงประตู เล่นบอลเนียนตาทั้งสองเท้า ทุกอย่างนั้นครัฟฟ์ทำได้หมด เป็นทั้งตัวทำเกมและกองหน้าไปในตัว แต่ทาง ฟาน บาสเทน เขามีทักษะการเลี้ยงบอลที่สวยงาม ยิงได้คมกริบทั้งซ้ายและขวา ลูกโหม่งก็คม ทำได้ทุกอย่างในการเป็น “หน้าเป้า” ทำให้เจ้าตัวมีภารกิจในการ “ปิดบัญชีคู่ต่อสู้” ด้วยการทำประตูเป็นหลักมากกว่าจะลงมาทำเกมบุกด้วยตัวเอง

ฉะนั้นแล้ว ฟาน บาสเทน กับ ครัฟฟ์ จึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่ต่างก็นับืถอในฝีเท้าซึ่งกันและกันเป็นอย่างมาก

เรื่องใกล้จบ !! แมนยู จัด 80 ล้านยูโร่ ตามขอ สอย บรูโน่ จากลิสบอน

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้ที่จะยุติเรื่องราวต่างกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในการกระชากตัว บรูโน่ เฟอร์นานเดส มาโชว์ลีลาในถิ่นโอลด์แทรคฟอร์ดเสียที หลังยอมตกลงตามเงื่อนไขในค่าตัวของกองกลางทีมชาติโปรตุสเกสรายนี้ที่ 80 ล้าน ยูโร่ ตามที่ลิสบอน นั้นร้องข้อตั้งแต่แรก

ยูไนเต็ด อยู่ในระหว่างการเจรจากับสปอร์ติ้ง มาโดยตลอดนับตั้งแต่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองนั้นเปิดขึ้นแต่ก็ต้องลงค่าตัวกันไม่ได้เสียที หลังทางทีมดังแห่งอังกฤษไม่ยอมที่จะจ่ายเงินระดับ 80 ล้านยูโร แต่จะขอจ่ายเพียง 60 ล้านยูโร่เท่านั้น  

แต่ล่าสุดได้มารายงานว่าทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยดี โดยทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจยอมจ่ายเงินค่าตัวดังกล่าวตามที่ทีมดังแห่งโปรตุสเกสได้เรียกร้องมาตั้งแต่แรก โดยที่ยูไนเต็ด จะจ่ายเงินงวดแรกจำนวน 55 ล้านยูโร่ และจะเพิ่มขึ้นอีก 25 ล้านยูโร ตามโบนัสและผลงานของนักเตะที่ทำไว้กับทีมในอนาคต หากทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีและนักเตะเตรียมเขารับการตรวจร่างกาย หลังจากนั้นก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการทันที

สำหรับ เฟอร์นานเดส นั้นย้ายมาร่วมทีมสปอร์ติ้ง ลิสบอน จากซามพ์โดเรีย ด้วยค่าตัวเพียง 7.2 ล้านปอนด์ ในปี 2017 ลงสนามให้กับ ลิสบอน ไป 137 นัด ทำได้ 64 ประตู และยังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของลีกโปรตุสเกสถึง 2 ฤดูกาลติด พร้อมทั้งพาทีมชาติโปรตุสเกสคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นลีก ครั้งล่าสุดอีกด้วย

เปป กล่าวควรให้เวลา โซลชา สร้างทีมตามรอย อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ด้านแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา  เริ่มเล่นเหมือน อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จาก เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าแฟนๆแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะให้เวลา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สร้างทีม คล้ายๆ อเล็กซื เฟอร์กูสัน สร้างทีมในช่วงระยะแรก 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ กวาร์ดิโอลา มีคิวจะออกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันอังคารนี้ในเกมคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศนัดแรก 

“เขาเริ่มเห็นทีมที่เขาต้องการนั่นคือความรู้สึกของผมเมื่อเขาเห็นทีมของเขาแม้แต่เกมสุดท้ายกับอาร์เซน่อลที่พวกเขาแพ้เราเห็นชัดเจนว่าเขาต้องการอะไร “ เปป กล่าวถึงโซลชา 

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้ามาทำงานกับทีมในสโมสรใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ และต้องการการชัยชนะในทุกครั้งที่ลงสนาม 

“แต่ผมคิดว่าผู้จัดการทีมทุกคนต้องใช้เวลาและผมรู้สึกว่ายูไนเต็ด เริ่มเล่นตามที่เขาต้องการและจะคล้ายรูปแบบของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในไม่ช้านี้” 

อาร์เตต้า ยอมรับฝีมือยังอ่อนชั้น

จากกรณีที่อดีตกุนซือ ของสโมสรอาร์เซนอล อย่างอาร์เซน เวนเกอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ให้ทัศนะความคิดเห็นเกี่ยวกับต้นสังกัดเก่าว่า การที่สโมสรเลือกให้ มิเกล อาร์เตต้า มาคุมทีมนั้น ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่เ พราะไม่ใช่กุนซือมากฝีมือ ที่จะมาคุมทีมยักษ์ใหญ่อย่างอาร์เซนอลได้ ในช่วงเวลาที่พรีเมียร์ลีก มีแต่กุนซือเขี้ยวลากดินเต็มไปหมด 

ซึ่งนักข่าวได้ไปถาม มิเกล อาร์เตต้า กุนซือคนปัจจุบันของทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอลว่ารู้สึกกับข่าวนี้อย่างไ รซึ่งเจ้าตัวได้ตอบว่าเขารู้ดีว่าตัวเองประสบการณ์นั้นยังน้อย หากเทียบกับกุนซือชื่อดังหลายๆคนในลีก  ย แต่เขาก็จะพยายามอย่างเต็มที่เขารู้ว่าอาร์เซนอลต้องการอะไร 

และเขาจะต้องแก้ตรงจุดไหน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าแฟนบอล จะเชื่อมั่นในตัวเขาหรือไม่ แต่เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้อาร์เซนอลกลับมาอยู่ในจุดที่เคยอยู่ให้ได้ และเขาก็แค่คุมทีมด้วยระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น 

คลอป์ป ยืนยันเต็มที่กับเกมเมอร์ซี่ไซด์ดาร์บี้

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่งของลิเวอร์พูลกล่าวผ่านสื่อ ถึงเกมมอเตอร์ไซค์ดาร์บี้ที่พวกเขาจะเจอกับทีมร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอรตัน โดยกล่าวว่า หากดูจากสถิติแล้วดูเหมือนว่า เอฟเวอร์ตัน ก็ยังคงมีความได้เปรียบพวกเรา 

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา หากมองจากอันดับในตารางเราเหนือกว่า แต่เราก็ไม่ประมาทและเรารู้ว่าพวกเขาต้องการแก้ปัญหาของทีม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ฟอร์มของนักเต ะการกระตุ้นกำลังใจในสนาม ของทั้งนักเตะและแฟนบอลแ ละสถานการณ์ต่างๆภายในทีม 

คลอป์ปย้ำอีกว่า  มั่นใจว่าพวกเขาจะใช้เกมนี้แก้ไขปัญหาของทีม และเราก็จะต้องใช้เกมนี้แก้ปัญหาของเราเองด้วยเช่นเดียวกัน เราเต็มที่ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใครเราจะไม่ประมาทและจะทำผลงานให้ดีที่สุด

กรีนซ์มันส์ ลั่นกำลังปรับตัว แฟนบอลยานแม่ใจเย็นๆ

สำหรับความเคลื่อนไหวของกองหน้า หน้าหล่อที่ย้ายจากแอตเลติโกมาดริดมาหาความท้าทายใหม่ในถิ่นบาร์เซโลน่านั้นเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องยากกับการปรับตัวในหลายๆอย่าง กรีนซ์มันส์ เอ่ยปากเองว่า กำลังปรับตัวเข้ากับการทำทีมของ กุนซือยานแม่ และยอมรับว่าปรับตัวยากแต่เขาก็พร้อมที่จะทำผลงานอย่างเต็มที่

 แม้ว่าในตอนนี้จะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และมันคือความท้าทาย ก็คงจะต้องใช้เวลากันอีกสักนิด แม้ว่าจะมีคำครหามากมายออกมาจากทั้งแฟนบอล หรือนักวิจารณ์เกี่ยวกับ ฟอร์มการเล่นของเขา แต่เจ้าตัวยังย้ำวย่าแต่อย่าลืมว่าเขาเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ 

การเล่นในทีมนี้ตามที่กุนซือของทีมต้องการ และแน่นอนว่ามันก็ต้องใช้เวลาปรับตัว ก็อยากจะให้แฟนบอลเข้าใจในจุดนี้ด้วยว่า เขาเต็มที่กับทุกเกมที่ได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริง